<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 19:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 19:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้การแต้ม&#039; อัด &#039;อัจฉริยะ&#039; ใส่ร้าย &#039;จุรินทร์&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.63 - ที่กระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp;พล.ต.ต.วิชัย &amp;nbsp;สังข์ประไพ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการกักตุนสินค้าและบริการหลังสถานการณ์ตามพรก.ฉุกเฉิน กล่าวถึง กรณี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ทนายความ แจ้งความกลับเพื่อดำเนินคดีกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ &amp;nbsp;รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ &amp;nbsp; ในข้อหาแจ้งความเท็จและความผิดมาตรา 157 &amp;nbsp;ว่าด้วยการทุจริตประพฤติมิชอบ ว่าเป็นการกล่าวหาซ้ำๆอย่างมีเจตนาบั่นทอนการทำงานและไม่ใช่เจตนาการตรวจสอบโดยสุจริตเหมือนเช่นคนอื่น นายอัจฉริยะนำข้อมูลเรื่องสต๊อกหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น ซึ่งมีการกล่าวถึงกำลังการผลิตเมื่อก่อนวันที่ 30 ม.ค. 2563 ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์จะประกาศเป็นสินค้าควบคุม &amp;nbsp;ซึ่งนายอัจฉริยะเอาไปตีความกล่าวหาว่านายจุรินทร์ทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ทั้งๆที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ อธิบดีกรมการค้าภายใน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงกับสื่อมวลชน สาธารณะชน ที่ประชุมข้าราชการและคณะรัฐมนตรีสิ้นความแล้วว่า 200 ล้านชิ้น คือวัตถุดิบที่จะผลิตหน้ากากและจะสามารถใช้ผลิตเป็นเวลาหลายเดือน แต่ปรากฏว่านายอัจฉริยะไม่เคยตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฎเสียก่อน ไม่ว่าจะตรวจสอบจากรัฐมนตรี จากหน่วยงานข้าราชการ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงสาธารณสุข ที่ดูแลด้านใบอนุญาตผ่านสำนักงานองค์การอาหารและยา &amp;nbsp;(อย.) กระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลด้านใบอนุญาตโรงงานอุตสาหกรรม &amp;nbsp;และที่สำคัญที่สุดไม่เคยมีเอกสารใดๆขอตรวจสอบข้อเท็จจริงเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายอัจฉริยะกลับเอาคำว่ามีหน้ากาก 200 ล้านชิ้นที่มีการชี้แจงแล้วมาขยายผลกล่าวโจมตีนายจุรินทร์และคณะผ่านทางออนไลน์ซ้ำๆไม่ต่ำกว่า 5ครั้งและยังไม่นับการกล่าวหาในที่อื่นๆ ซึ่งการกระทำของนายอัจฉริยะบอกให้เห็นว่าการตรวจสอบนั้นไปสู่ในทางไม่สุจริตและมีเถยจิตที่ไม่ถูกต้อง&amp;quot; ที่ปรึกษารมว.พาณิชย์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า แต่ถ้านายอัจฉริยะมีการตรวจสอบตามขั้นตอนก็จะทราบว่าไม่มีพฤติกรรมการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบเกิดขึ้นที่นี่ และในทางกลับกันการกระทำของนายอัจฉริยะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวรัฐมนตรี ต่อกระทรวงพาณิชย์ และที่สำคัญที่สุดคือสร้างความปั่นป่วนบั่นทอนการบริหารงานรัฐบาลในสถานการณ์วิกฤติ &amp;nbsp;ซ้ำยังมีพฤติกรรมซ้ำซากปราศจากหลักฐาน ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมรับฟังการชี้แจงข้อเท็จจริงใดๆ แต่กลับใช้เพียงลมปาก อย่างปราศจากความรับผิดชอบ ต่อสังคมและข้อเท็จจริง นายจุรินทร์จึงมีความจำเป็นต้องร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายอัจฉริยะตามความผิดของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.วิชัย กล่าวต่อว่า การที่นายอัจฉริยะแจ้งความกับนายจุรินทร์ โดยอ้างว่านายจุรินทร์แจ้งความเท็จ ตามด้วยกล่าวหาตามกฎหมายอาญามาตรา 157 ตนมีความเห็นว่าไม่น่าจะเป็นความถูกต้อง เพราะมาตรา 157 มีหัวใจว่าข้าราชการนั้นจะต้องประพฤติมิชอบ ทำให้ราชการเสียหาย และการกระทำนั้นต้องเป็นการทุจริต แต่นายจุรินทร์ไม่ได้กระทำการทุจริตแม้แต่น้อย นอกจากนั้น หากติดตามผลงานของนายจุรินทร์ในการช่วยเหลือประชาชน มีทั้งโครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการช่วยกำหนดราคารับซื้อขนะกระดาษของอาชีพซาเล้ง โครงการจัดการส่งออกสินค้าเกษตร &amp;nbsp;โครงการลดค่าครองชีพ ช่วยประชาชนทุกโอกาส แม้แต่ในขณะนี้จะเห็นได้ว่านายจุรินทร์มีความตั้งใจทำงานเพื่อการช่วยเหลือประชาชนและไม่เคยมีเรื่องด่างพร้อยตลอดเวลาการดำรงตำแหน่ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63245</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.วิชัย  สังข์ประไพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96f8be41029.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
